ภาวะจุดรับภาพชัดบวม
จากการอุดตันของ
หลอดเลือดดำใหญ่ที่จอตา
ภาวะจุดรับภาพชัดบวม
จากการอุดตันของ
หลอดเลือดดำใหญ่ที่จอตา
ภาวะจุดรับภาพชัดบวมจากการอุดตันของหลอดเลือดดำ ใหญ่ที่จอตา
คืออะไร
RVO เป็นโรคเรื้อรังที่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น โดยผู้ป่วยจะไม่มีอาการปวดที่ตา
RVO ส่วนใหญ่มักจะมีผลกระทบกับดวงตาข้างเดียว CRVO เกิดเนื่องจากมีการอุดตัน
ของหลอดเลือดดำใหญ่ที่จอตาซึ่งทำหน้าที่ระบายเลือดออกจากจอตา (retina)
RVO ทำให้เกิดเลือดคั่งภายในจอตา (Retina) นำไปสู่ภาวะเลือดออกและสารน้ำรั่วซึมที่
ด้านหลังของลูกตา ทำให้เกิดอาการบวมที่บริเวณจุดภาพชัด (Macula)
จอตา (Retina)
เป็นเนื้อเยื่อชั้นในสุดของลูกตาทำหน้าที่รับภาพที่เรามองเห็นแล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง
จุดภาพชัด (Macula)
อยู่บริเวณศูนย์กลางจอตาทำหน้าที่ปรับการมองเห็นให้จุดภาพชัดในการอ่านหนังสือ
ขับรถ จดจำใบหน้าหรือสี และเพ่งดูรายละเอียดของวัตถุ
ดวงตาปกติ
ดวงตาที่ได้รับผลกระทบจาก CRVO
มีโปรตีน 2 ประเภทที่เป็นสาเหตุของการบวมในดวงตา ได้แก่ VEGF และ Ang-2
โดยโปรตีนทั้งสองทำให้หลอดเลือดมีการเจริญเติบโตผิดปกติ ไม่แข็งแรง ทำให้มีของเหลว
รั่วไหลออกจากหลอดเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองในผู้ป่วย RVO ได้
Symptoms may included:
- สายตาพร่ามัวหรือสูญเสียการมองเห็นบางส่วนหรือทั้งหมดฉับพลัน
โดยไม่มีอาการปวดตา - มองเห็นจุดสีดำ ริ้วขนาดเล็ก หรือเส้นบดบังการมองเห็น
- มองเห็นสีซีดจางกว่าปกติ
- มองเห็นภาพพร่ามัวหรือเป็นคลื่น
- อ่านหนังสือหรือขับรถได้ยากกว่าปกติ
การรักษาโรค RVO และคำแนะนำเพิ่มเติม
วิธีการรักษา
- การฉีดยาเข้าวุ้นตา เป็นกลุ่มยาต้านการเจริญเติบโตของหลอดเลือด ยาในกลุ่มนี้มี
หลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ผ่านกลไกหลัก คือ Anti-VEGF หรือภายหลังมีการ
พัฒนายาที่ออกฤทธิ์ผ่านหลายกลไก เช่น Anti Ang-2/VEGF เพื่อเพิ่มผลของการรักษา
เป็นต้น - การเลเซอร์จอตา ทำให้หลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติฝ่อลง ส่งผลให้จอตายุบบวมและ
ป้องกันการเกิดเลือดออกในตา - การให้ยากลุ่มต้านการอักเสบ กลุ่ม Corticosteroid เพื่อลดการบวมและการอักเสบ
สารอาหารหรือวิตามินที่มีประโยชน์
- กรดโฟลิก (L-Methylfolate) พบในไข่แดง ตับ ผักใบเขียว และฟักทอง เป็นต้น
ปริมาณที่แนะนำ คือ 900 ไมโครกรัมต่อวัน - วิตามินดี 3 พบในไข่แดง ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลานิล และเห็ดหอม
ปริมาณที่แนะนำ คือ 800-1500 IU ต่อวัน - วิตามินอี พบในน้ำมันธัญพืช ข้าวโพด และถั่วเหลือง เป็นต้น
ปริมาณที่แนะนำ คือ 7.5 IU ต่อวัน - ลูทีนและซีแซนทีน พบในผักโขม ไข่แดง และข้าวโพด เป็นต้น
ปริมาณที่แนะนำ คือ ลูทีน 3.35 มิลลิกรัมต่อวัน และ ซีแซนทีน 0.7 มิลลิกรัมต่อวัน
หมายเหตุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานสารอาหารหรือวิตามินเสริม
โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
- งดอาหารที่มีไขมันสูง ลดอาหารที่มีโซเดียม และอาหารแปรรูป
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสม
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- งดสูบบุหรี่